ผู้เขียน หัวข้อ: เจาะ 5 ประเด็นร้อน ไก่ขยี้หงส์กระเจิงที่เวมบลีย์  (อ่าน 63 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ thanloeuth

  • ระดับ 3
  • ***
  • กระทู้: 52
เจาะ 5 ประเด็นร้อน ไก่ขยี้หงส์กระเจิงที่เวมบลีย์


บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ จบลงด้วยชัยชนะของ "ไก่เดือยทอง" ทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ อัดลิเวอร์พูลยับเยิน 4-1 และนี่คือ 5 ประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในสนามเวมบลีย์

1) หงส์เกมรับย่ำแย่
    ลิเวอร์พูลเสียประตูเกมนี้ 4 ลูก จากความผิดพลาดของแนวรับ ที่ยืนประกบตัวพลาด โหม่งวืด เคลียร์ไม่ขาด และมิโญเล่ต์ชกบอลไม่ดี คือสเปอร์สก็เฉียบคมจริง แต่หงส์ก็ช่วยให้งานของสเปอร์ส ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก
    สถิติเปิดเผยว่า ลิเวอร์พูลเสียประตู 9 เกม ไปแล้วตอนนี้ 16 ลูก ซึ่งครั้งสุดท้ายที่หงส์ออกสตาร์ต 9 เกมแล้วเสียเยอะแบบนี้ ผลบอลสด ต้องย้อนกลับไปในปี 1964 หรือเมื่อ 53 ปีที่แล้วทีเดียว
 กองหลังเล่นแย่ โกล์ก็ยังไม่ดีพอ นี่คือบทสรุปที่ชัดเจนของหงส์ในนัดนี้

2) วันที่เดยัน ลอฟเรนไม่อยากจำ
    เดยัน ลอฟเรน ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่ครึ่งแรก นาทีที่ 31 ซึ่งไปโทษเจอร์เก้น คล็อปป์ไม่ได้เลย ถ้าดูจากฟอร์มนัดนี้ ไม่นับสองลูกที่เสียไป เขายังโดนซน เฮือง-มิน วิ่งอ้อมหลัง จนเกือบโดนยิงอีกเม็ด
    สุดท้ายคล็อปป์จึงต้องเปลี่ยนตัวออกอย่างรวดเร็วเพื่อแก้เกมทันที แต่ก็แก้ได้ไม่เข้าเป้าเท่าไหร่ เพราะ ดันเอาโจ โกเมซ ไปยืนเซ็นเตอร์แบ็ก และใช้เอ็มเร่ ชาน เป็นแบ็กขวาแทน ซึ่งกลายเป็นว่า ทีมไม่ได้เล่นเกมรับแกร่งขึ้นเลย บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ จบลงด้วยชัยชนะของ "ไก่เดือยทอง" ทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ อัดลิเวอร์พูลยับเยิน 4-1 และนี่คือ 5 ประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในสนามเวมบลีย์

1) หงส์เกมรับย่ำแย่
    ลิเวอร์พูลเสียประตูเกมนี้ 4 ลูก จากความผิดพลาดของแนวรับ ที่ยืนประกบตัวพลาด โหม่งวืด เคลียร์ไม่ขาด และมิโญเล่ต์ชกบอลไม่ดี คือสเปอร์สก็เฉียบคมจริง แต่หงส์ก็ช่วยให้งานของสเปอร์ส ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก
    สถิติเปิดเผยว่า ลิเวอร์พูลเสียประตู 9 เกม ไปแล้วตอนนี้ 16 ลูก ซึ่งครั้งสุดท้ายที่หงส์ออกสตาร์ต 9 เกมแล้วเสียเยอะแบบนี้ ต้องย้อนกลับไปในปี 1964 หรือเมื่อ 53 ปีที่แล้วทีเดียว
 กองหลังเล่นแย่ โกล์ก็ยังไม่ดีพอ นี่คือบทสรุปที่ชัดเจนของหงส์ในนัดนี้

2) วันที่เดยัน ลอฟเรนไม่อยากจำ
    เดยัน ลอฟเรน ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามตั้งแต่ครึ่งแรก นาทีที่ 31 ซึ่งไปโทษเจอร์เก้น คล็อปป์ไม่ได้เลย ถ้าดูจากฟอร์มนัดนี้ ไม่นับสองลูกที่เสียไป เขายังโดนซน เฮือง-มิน วิ่งอ้อมหลัง จนเกือบโดนยิงอีกเม็ด
    สุดท้ายคล็อปป์จึงต้องเปลี่ยนตัวออกอย่างรวดเร็วเพื่อแก้เกมทันที แต่ก็แก้ได้ไม่เข้าเป้าเท่าไหร่ เพราะ ดันเอาโจ โกเมซ ไปยืนเซ็นเตอร์แบ็ก และใช้เอ็มเร่ ชาน เป็นแบ็กขวาแทน ซึ่งกลายเป็นว่า ทีมไม่ได้เล่นเกมรับแกร่งขึ้นเลย
3) แฮร์รี่ เคน คือกองหน้าเบอร์ 1 ในพรีเมียร์ลีก
    แฮร์รี่ เคน ยิงไปแล้ว 8 ลูก ขึ้นนำเป็นดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกในตอนนี้ ยิ่งเวลาผ่านไป เขายิ่งกลายเป็นกองหน้าที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น ยิงได้ทุกเท้า โหม่งเก่ง ยิงได้ทุกระยะ นอกเขตโทษเท้าซ้ายที่ไม่ถนัดยังยิงมาแล้ว
    ในเกมนี้ เขายังโชว์คิลเลอร์พาส ให้ซน เฮือง-มิน วิ่งมายิงเป็นประตูอีกด้วย คือนับวัน แฮร์รี่ เคน จะเปล่งประกายขึ้นเรื่อยๆ และถ้าหมดยุคของโรนัลโด้ กับ เมสซี่ เขามีสิทธิก้าวขึ้นเป็นหัวหอกเบอร์หนึ่งของโลกได้ ถ้าพัฒนาฟอร์มขึ้นไปยิ่งกว่านี้อีก

4) โปเช็ตติโน่ วางหมากได้ถูกต้อง
    เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เลือกใช้ระบบ 3 เซ็นเตอร์แบ็ก ในการรับมือกับลิเวอร์พูล และปล่อยให้ทีมหงส์แดงได้ครองบอลมากกว่า ซึ่งนั่นกลายเป็นแผนที่เวิร์กมาก เพราะลิเวอร์พูลจะครองบอลเยอะแค่ไหน ก็เจาะไม่ได้อยู่ดี
    โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ที่ไม่ใช่กองหน้าธรรมชาติ จะไปตั๊น ไปแย่งบอล จากสามเซ็นเตอร์แบ็กของสเปอร์ส เรียกได้ว่า เป็นไปไม่ได้เลย โปเช็ตติโน่ เน้นหลังแน่นไว้ก่อน จากนั้นฉกฉวยความผิดพลาดของหงส์แดง แล้วเล่นสวนกลับเร็ว ผลบอลสด ซึ่งบุกมาแต่ละที ได้จบได้ยิงตลอด หงส์เอง เคยมีจุดเด่นเรื่องเกมโต้กลับ แต่เกมนี้ โดนสเปอร์ส ใช้เกมโต้กลับที่ตัวเองถนัด เล่นงานจนปั่นป่วนไปหมดเหมือนกัน

5) หงส์ลุ้นท็อปโฟร์ สเปอร์สลุ้นแชมป์
    ภาพของพรีเมียร์ลีกตอนนี้เห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ อันดับ 1-3 จะเป็นการชิงชัยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ,แมนฯยูไนเต็ด และสเปอร์ส  ในขณะที่พื้นที่ชปล.ที่นั่งสุดท้าย จะต้องมาลุ้นกันระหว่าง เชลซี อาร์เซน่อล และลิเวอร์พูล
    สเปอร์ส ซีซั่นนี้ พวกเขาหลุดแพ้เชลซี แค่นัดเดียว แต่จากนั้น ก็สม่ำเสมอมาตลอด เก็บชัยชนะมาเรื่อยๆ ผลบอลสด  ส่วนลิเวอร์พูล ซีซั่นนี้ ทีมใหญ่ก็เก็บแต้มไม่ได้ ทีมเล็กก็สะดุด เป็นปีที่หงส์แดงหมดลุ้นแชมป์อย่างรวดเร็ว และดีที่สุดที่ทำได้ คือท็อปโฟร์เท่านั้น